Short story:Idea of the distortion.

posted on 30 Nov 2011 21:56 by mon-mon-ka in Fiction
 
 Idea of the distortion .
 
 
 
ความคิดที่แล่นอยู่ในหัวขณะที่กำลังกุมมีดเล่มเล็กที่เต็มไปด้วยเลือด ภายในห้องที่เต็มไปด้วยเลือด มือที่เต็มไปด้วยเลือด ชุดที่เต็มไปด้วยเลือด ร่างกายของเพื่อนร่วมชั้นที่เต็มไปด้วยเลือด ใบหน้าที่เปื้อนเลือด
 
 
เบื่อเหรอ? เหงาเหรอ? หรือว่า.....เซ็ง?
 
 
หรือว่า
 
 
ไม่พอใจ?
 
.
 
 
..
 
 
...
 
 
 
ความรู้สึกที่ไม่สามารถที่จะพูดออกมาเป็นประโยคหรือแสดงออกเป็นคำหรือการกระทำได้
 
 
เพราะว่าสิ่งนี้มันฝังรากลึกอยู่ในใจ
 
 
ผู้หญิงคนนี้เคยบอกว่า
 
 
"แม่อยากมีลูก3คน แต่ไม่ได้หมายความว่าแม่ไม่รักหนูนะ"นี่คือสิ่งที่แม่คอยพูดถึงแม้ว่าประโยคนี้จะหลุดออกมาบ้างเป็นครั้งคราวแต่ว่าสิ่งนี้กลับฝังรากลึกอยู่ในใจ เป็นอีกหนึ่งบาดแผล
 
 
เพราะว่าลูกคนที่3กับ4นั้นกลับเป็นฝาแฝด
 
 
เพราะงั้นก็เลย....
 
 
"แม่ซื้อของมาให้ลูกด้วยนะ นี่ของพี่คนโตสร้อยคอ คนรองเสื้อผ้า คนสุดท้ายสองคน เอ้าแฝดคนพี่รองเท้าคู่ใหม่ แล้วก็คนสุดท้ายพจนานุกรมจ้า"
 
 
เพราะงั้นก็เลย....ให้ในสิ่งที่แตกต่างกันสินะ....
 
 
เพราะว่าไม่ได้คาดหวังจากลูกคนนี้อยู่แล้ว เพราะงั้นก็เลยจะบอกเพียงแค่ว่าขยันเรียนไว้ก็พอเรื่องอื่นน่ะ...ไม่ต้องไปสนใจมันหรอก ทั้งการแต่งตัว เกม เพลง เสื้อผ้า ไม่ต้องสนใจอะไรทั้งนั้น แค่ตั้งใจเรียนไปก็พอ
 
 
แล้วก็...อย่าสร้างปัญหาให้ฉันล่ะ
 
 
เหมือนกับว่าใบหน้าที่ยิ้มหวานนั้นจะบอกแบบนั้น เหมือนกับว่าจะยิ้มให้และบอกแบบนั้นผ่านทางใบหน้า ไม่รู้ว่าความคิดนี้เป็นสิ่งที่ตีความไปเองหรือว่าคิดไปเองหรือว่ามันเป็นความจริงกันนะ
 
 
เหมือนกับว่าเป็นแค่ส่วนเกินของที่นั่น.....
 
 
 
กรีดแทงภายในใจจนเจ็บ ตอกย้ำให้แทบจะจมดิน
 
 
"แม่เค้าแค่กลัวว่าลูกจะไม่ได้ดีน่ะ เพราะงั้นอย่าคิดมากเลยนะ"คำพูดแก้ตัวแทนคุณแม่ของคุณพ่อ คำพูดแก้ตัวที่ได้ยินหลายต่อหลายหนแม้ว่าคนอื่นๆจะพูดแก้ตัวยังไง....
 
 
แต่บาดแผลก็ยังคงถูกกรีดลึกลงไปเรื่อยๆ
 
 
จนอดคิดไม่ได้ว่า...
 
 
ถ้าหากว่าฉันไม่เป็นที่ต้องการแล้วให้ฉันเกิดมาทำไม
 
 
อยากไปจากที่นี่
 
 
ถ้าหนีออกจากบ้านไปจะตามหาไหมนะ
 
 
แต่นั่นก็แค่ความคิดแบบเด็กๆในตอนนั้น เป็นความคิดตื้นๆที่ไม่ว่าจะเจอกับอะไรก็จะหนีไปให้หมดซะทุกอย่าง
 
 
เพราะถ้าหนีได้ก็อยากจะหนีไปให้พ้นๆซะ
 
 
 
.
 
 
..
 
 
...
 
 
 
 
"เธอนี่เชื่อคนง่ายจังนะ"คำพูดและเสียงหัวเราะของคนรอบข้าง ของคนที่เรียกว่าเพื่อนสนิทพูดพร้อมกับหัวเราะและยิ้มให้อย่างอบอุ่น แต่ว่ามีแค่แปบเดียวที่เห็นรอยยิ้มนั่นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ รอยยิ้มที่พอแล้วก็ได้แต่นึกอยู่ในใจว่านั่นฉันแค่ตาฝาดไปเท่านั้น....
 
 
"หวาย~ฉี่ราดจนถึงป.6เลย ยัยฉี่ราดฮ่าๆๆๆ"เสียงหัวเราะของเพื่อนทุกคนที่ถูกเรียกว่าเพื่อนร่วมชั้น ทุกสายตาที่มองมาอย่างเย้ยหยันและดูถูก ไม่เว้นแม้แต่ฝาแฝดของเธอเอง ทั้งโกรธและอายแต่ก็ไม่คิดที่จะแก้ตัวได้แต่รีบหนีออกไปจากที่นั่นทั้งๆที่ยังมีเสียงหัวเราะไล่ตามมาจากทางด้านหลัง....
 
 
ที่ไม่ตอบโต้ไม่ใช่เพราะกลัวแต่เพราะว่าไม่สามารถทำอะไรได้ต่างหาก
 
 
และที่ทำอะไรไม่ได้ก็เพราะมันคือความจริง
 
 
ถึงจะถูกพูดไปในทางที่แย่กว่านี้ก็ช่างมันแล้ว
 
 
เพราะว่าในตอนนี้อย่างน้อยก็ยังมีเพื่อนอยู่แม้ว่าจะแค่เพียงคนเดียวก็ตาม อย่างน้อยขอแค่นั้นก็ยังดี
 
 
 
ถ้าหากว่าปิดบังความอ่อนแอไว้ภายใต้รอยยิ้มได้ล่ะก็
 
 
......
 
 
ก็ไม่ต้องกลัวแล้ว
 
 
 
แต่ว่า....นี่ก็เป็นแค่สิ่งที่คิดในตอนนั้นเพราะว่าในตอนนั้นตัวฉันยังมีเธออยู่
 
 
.
 
 
..
 
 
...
 
 
 
"ถูกหลอกแล้วยังไม่รู้ตัวอีก โง่เป็นบ้าเลยฮะๆๆ ขอให้ทำอะไรก็ทำให้ยัยนั่นน่ะโง่จริงๆด้วยล่ะ"เสียงหัวเราะที่ได้ยินจากปากของเพื่อนเพียงคนเดียว ถ้าหากว่าแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินแล้วเดินผ่านไปก็ได้และแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง แต่ว่าฉันกลับเดินเข้าไปโดยไม่พูดอะไร....
 
 
"......"เดินเข้าไปด้วยใบหน้าที่เรียบนิ่งแล้วก็เข้าไปหยิบกระเป๋าแล้วเดินออกมาเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ฉันก็แค่ทำแบบนั้น....
 
 
และสิ่งที่ได้ยินก่อนที่จะออกมาจากห้องนั้นก็คือ
 
 
"ได้ยินก็ดีแล้วยัยโง่ จะได้รู้สักทีว่าตอนนี้ไม่มีใครเขาอย่างจะคุยกับเธอหรอก"
 
 
 
ไม่ได้เพ้อแล้วก็ไม่ได้คิดไปเองเพราะว่าได้ยินจริงๆ...สิ่งที่ตามมา คือสิ่งที่ได้ยินจากปากของเพื่อนเพียงคนเดียว
 
 
 
ในตอนนี้ขามันก้าวไปเองไม่สนสายตาใคร ไม่สนว่าใครจะทักหรือมองรู้แต่ว่าต้องเดินไป สักที่ ที่ไม่มีใครอยู่ไม่มีใครเห็น ไม่เป็นไรหรอกโรงเรียนนี้กว้างจะตายเพราะงั้นไม่เป็นไรหรอกมันต้องมีแน่สถานที่เงียบๆที่ไม่มีใครอยู่น่ะ
 
 
เพราะว่าฉัน...จะต้องไม่แสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น....
 
 
พรุ่งนี้ก็แค่ทำหน้าแบบเดิมเท่านั้น แต่ว่าก็แค่มีบางอย่างเปลี่ยนไปเท่านั้นเองก็คือไม่มีใครเหลือแล้วเท่านั้น
 
 
แค่ไม่มีใครอีกแล้วที่จะทักด้วยตอนเช้า...
 
 
 
แค่ไม่เหลือใครแล้ว...
 
 
 
มันก็แค่นั้นเอง
 
 
.
 
 
..
 
 
...
 
 
 
การนั่งอยู่เพียงคนเดียวบนศาลาริมสนามพร้อมกับมองไปที่ท้องฟ้าเป็นสิ่งที่น่าเบื่อแต่ก็อดที่จะทำมันไม่ได้เสียแล้ง เพราะว่านี่กลายเป็นกิจวัตรประจำวันในตอนเช้า...
 
 
ทั้งๆที่ปกติจะนอนคอยเธออยู่ข้างบนเสมอ แต่ว่าในตอนนี้ความเชื่อใจที่เปรียบเสมือนกับกิ่งไม้เล็กๆที่คอยค้ำอยู่ ในตอนนี้มันได้หักไปแล้ว....
 
 
 
ไม่มีใครอีกแล้ว ที่จะชวนคุยได้อีก ไม่มีใครแล้วที่จะคุยได้ ไม่มีใครที่จะไปกินข้าวกลางวันด้วยกัน ไม่มีใครที่จะยอมจับกลุ่มด้วย ไม่เหลือใครเลยแม้แต่คนเดียว....
 
 
ท้องฟ้ามันก็ยังคงยังเป็นสีฟ้าเหมือนๆกันทุกๆวันไม่มีอะไรที่เปลี่ยนไปเลยสักนิด เสียงของนกที่ร้องเพลงกันอย่างมีความสุขและเมื่อเห็นมันก็อดที่จะอิจฉามันไม่ได้ อิจฉาที่มันมีความสุขกับเพื่อน
 
 
"น่าอิจฉาจริงๆนะพวกนกเนี่ย"
 
 
อิจฉาจนอดคิดไม่ได้ว่าถ้าหากฉันเป็นนกคงจะมีอิสระกว่านี้....
 
 
ยังไงซะสักวันวันหนึ่งมนุษย์เราก็ต้องอยู่คนเดียวอยู่ดี
 
 
เพราะงั้น...
 
 
แค่เลื่อนให้มันเร็วขึ้นหน่อยจะเป็นอะไรไป
 
 
เพื่อนน่ะไม่ต้องมีก็ได้
 
 
........
 
 
แค่ทำหน้าให้ปกติไม่แสดงอะไรแค่นิ่งเข้าไว้ไม่ต้องมีใครเข้าใจก็ได้ แค่ปกปิดความรู้สึกเอาไว้ด้วยใบหน้านิ่งยามปกติก็เพียงพอแล้ว
 
 
แต่ทำไมกันนะ ทั้งๆที่ได้ตัดสินใจไปแล้วแต่ก็ยัง....รู้สึกแปลกๆที่ใจ
 
 
ถ้าถูกถามว่าเหงารึเปล่า?
 
 
ไม่หรอก....มันไม่เหงาเลยสักนิด เพราะว่าจิตใจที่ตายด้านไปแล้วมันไม่รู้สึกอะไแล้ว และคนพวกนั้นก็คือเศษขยะมันเป็นสิ่งวิเศษยิ่งกว่าเสียอีกที่ได้อยู่ห่างจากเศษขยะพวกนั้นน่ะนะ
 
.
 
 
..
 
 
...
 
 
 
เพราะฉะนั้นถึงจะต้องอยู่คนเดียวก็ไม่เป็นไรหรอก
 
 
แล้วถ้าหากคนอย่างฉันหายไปสักคนมันคงไม่มีใครที่จะร้องไห้ให้
 
 
ถ้าฉันหายไปโลกนี้อาจจะเบาขึ้นบ้างอีกนิดสินะ
 
 
เหมือนกับเสียงมืดในใจอีกเสียงมันดังก้องขึ้นมาประสานอยู่ในสมองเล็กๆบนหัวนี้ เหมือนกับเสียงอีกเสียงที่ดังเข้ามาในความคิดที่ราวกับคำพูดเย้ายวน เหมือนกับเสียงของความมืดที่แทงเข้ามา
 
ใช่แล้ว....
 
 
และถึงฉันจะฆ่าใครสักคนไป มันก็คงทำให้โลกนี้มันเบาขึ้นได้เหมือนกันสินะ
 
 
ถ้างั้น...
 
 
(จิ้มที่รูปเพื่อภาพเต็ม=.,=....)
 
มันคงจะดีกว่าถ้าฉันทำให้โลกนี้มันเบาขึ้นจากขยะพวกนั้น
 
 
.
 
 
..
 
 
...
 
 
 
 
และสุดท้ายฉันก็จะ....
 
 
 
 
.
 
 
..
 
 
...
 
blogger no comment for story

Comment

Comment:

Tweet

สุดยอดเลยฮับ =////=
โดยเฉพาะตรงสุดท้ายนี้ ได้ใจอย่างแรง~

#3 By USphere on 2011-12-01 07:11

ดาร์กอ่ะ อยากแต่งดาร์กแบบนี้ได้มั่ง อิจฉาาาาาา

เน็ตเค้าพึ่งกลับมาล่ะ =__=

#2 By AquaTales on 2011-11-30 23:37

รูปประกอบสวยมาก แต่ก็หลอนมากเช่นกัน=w=;;

ดาร์กมาเลยกันทีเีดียว ดราม่ามากค่ะ...

#1 By Time Season on 2011-11-30 23:22

Mon_Mon View my profile